สร้างธุรกิจความงามดูแลผิวหน้าผิวพรรณให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ความสวยความงาม เป็นอีกหนึ่งความต้องการที่ผู้บริโภคในยุคนี้ให้ความสำคัญ กลุ่มผู้ที่มีความปรารถนาให้ผิวหน้าและผิวพรรณของตนเองดูดีมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จากที่เป็นเพียงความสนใจของกลุ่มผู้หญิงวัยกลางคนที่มีกำลังซื้อสูง ปัจจุบันความสนใจได้ขยายไปยังกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา รวมทั้งกลุ่มลูกค้าผู้ชายมากขึ้น ทั้งนี้ การให้ความสำคัญกับความงามบนใบหน้าและผิวพรรณ ได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของคนยุคใหม่ที่มีการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกมากขึ้น ทั้งการพบปะเพื่อนฝูงและการติดต่อเพื่อธุรกิจ สถานความงามดูแลผิวหน้า ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องการมีหน้าตา และผิวพรรณที่ดูดีเพื่อช่วยสร้างความมั่นใจ และเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้แก่ตนเองมากขึ้น
นอกจากนี้ ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ กระแสความชื่นชอบศิลปินเกาหลีซึ่งนอกจากจะมีความโดดเด่นทั้งความสามารถในการแสดง การร้องและเต้นแล้ว และยังมีจุดขายในเรื่องของหน้าตาที่สวยงาม และความขาวกระจ่างใสของผิวหน้าและผิวกาย
โดยปัจจัยดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้มีกลุ่มผู้ที่สนใจดูแลผิวพรรณเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ามีความต้องการที่จะมีผิวพรรณที่สวยใสในเวลาอันรวดเร็ว แต่ในขณะที่การใช้เครื่องสำอาง และครีมบำรุงผิว เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอและไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงทีทำให้คนนิยมที่จะเข้ามาใช้บริการในสถานความงาม/คลินิกความงามเพื่อดูแลผิวหน้า และผิวพรรณเพิ่มมากขึ้น จนธุรกิจสถานความงามกลายเป็นธุรกิจที่น่าสนใจอีกธุรกิจหนึ่ง โดยทั่วไป การให้บริการดูแลผิวหน้าและผิวพรรณ สามารถแบ่งตามประเภทของการให้บริการลูกค้าได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้
- เพื่อรักษาปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง
การรักษาปัญหาผิว เช่น สิว ผดผื่น ฝ้า เริ่มมีให้บริการตั้งแต่ในยุคแรกของธุรกิจความงาม ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในรูปแบบคลินิก และมีแพทย์ประจำคลินิกเป็นผู้ตรวจรักษา โดยการรักษาจะมีตั้งแต่การแนะนำการดูแล ทำความสะอาดผิวหน้า ให้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยที่เกิดปัญหาผิว และรักษาด้วยยาฉีดยาทา และยารับประทาน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น ที่มีปัญหาสิว ฝ้า ผดผื่นบนใบหน้า - เพื่อปรับปรุงสภาพหน้าให้ขาวใสไร้ริ้วรอย
เป็นการขยายขอบเขตการให้บริการของธุรกิจเสริมความงาม เพื่อจับลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะ นอกเหนือจากการรักษาปัญหาผิวหนังโดยการบริการจะมีหลายโปรแกรมให้เลือก เช่น ทรีทเมนต์ลบรอยจากสิว ลบริ้วรอยเหี่ยวย่น ปรับผิวขาว ยกกระชับผิว ขัดและพอกผิวการให้บริการจะมีทั้งคลินิก ที่พัฒนาเป็นคลินิกความงามครบวงจรให้บริการทั้งการรักษาปัญหาผิว และการฟื้นฟูสภาพผิว ซึ่งตรวจและวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง และสถานความงามที่ให้บริการทำทรีทเมนต์หน้าและสปาผิวกลุ่มลูกค้าค่อนข้างหลากหลายตั้งแต่วัยรุ่น วัยกลางคน จนถึงวัยสูงอายุ
สถานความงามดูแลผิวหน้าและผิวพรรณ ไม่รวมโรงพยาบาล คลินิกเวชกรรมทั่วไป โรงพยาบาล/คลินิกศัลยกรรม และสถาบันลดน้ำหนัก
สำหรับแนวโน้มของธุรกิจสถานความงามดูแลผิว คาดว่าจะเป็นธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการให้บริการปรับปรุงสภาพผิวหน้า
เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการ “สวยอย่างเร่งด่วน” นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจสถานความงาม มีการปรับปรุงคุณภาพและเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษา และมีการให้บริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วมากขึ้น จนทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป
โดยเริ่มจากการชื่นชอบ ใช้บริการบ่อย กระทั่งบางรายมีการใช้บริการเป็นประจำจนกลายหนึ่งในกิจกรรมยามว่าง อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจสถานความงามดูแลผิวจะมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงขึ้น ทั้งจากคู่แข่งในธุรกิจประเภทเดียวกัน และคู่แข่งในธุรกิจอื่นๆ เช่น คลินิกเวชกรรม โรงพยาบาล และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและเครื่องสำอาง โดยมีรายละเอียดดังนี้
การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของธุรกิจสถานความงามดูแลผิวหน้า และผิวพรรณ
หากวิเคราะห์ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ของธุรกิจสถานความงามในเบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ดังนี้
ปัจจัยหลักที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาในการเริ่มทำธุรกิจสถานความงาม
ก่อนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะประกอบธุรกิจสถานความงาม ควรพิจารณาปัจจัยที่สำคัญดังต่อไปนี้
การเลือกรูปแบบของการให้บริการ และผู้ร่วมลงทุน/การลงทุน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตของการให้บริการอย่างชัดเจนว่าจะเลือกเปิดบริการในรูปแบบคลินิก หรือสถานความงาม ซึ่งต้องคำนึงถึงความถนัด ประสบการณ์ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขีดความสามารถในการเปิดและดำเนินกิจการ เนื่องจากกิจการทั้งสองรูปแบบมีขั้นตอนในการขออนุญาตเปิดกิจการต่างกัน ดังนี้
- คลินิก นับว่าเป็นสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ซึ่งในการจัดตั้งคลินิกจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล (สามารถยื่นได้ทั้งในนามของบุคคลและนิติบุคคล) และใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล โดยในการอนุญาตดำเนินการมีข้อจำกัดให้ผู้ที่สามารถดำเนินการได้จะต้องเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลปะ และระหว่างการดำเนินงานจำเป็นต้องมีแพทย์ประจำภายในคลินิกอย่างน้อย 1 คน ดังนั้น การเปิดกิจการประเภทคลินิกได้ก็ต่อเมื่อ ผู้ประกอบการต้องเป็นแพทย์ หรือมีหุ้นส่วนเป็นแพทย์ หรือต้องจ้างแพทย์ประจำคลินิกและให้แพทย์ที่เป็นลูกจ้างยื่นขออนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ส่วนขั้นตอนทางด้านภาษีจะชำระได้ทั้งในนามบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ได้ ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับชื่อ และประเภทธุรกิจของผู้ที่ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการดังที่กล่าวในตอนต้น
- สถานความงาม ในการจัดตั้งธุรกิจมีขั้นตอนเหมือนกับการจัดตั้งธุรกิจทั่วไป กล่าวคือ ผู้ประกอบการต้องยื่นขออนุญาตประกอบกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยื่นเรื่องทางด้านภาษี โดยในการเปิดสถานความงาม หากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นผู้ที่มีความรู้ และประสบการณ์ทางด้านธุรกิจเสริมความงาม ก็สามารถทำธุรกิจได้เอง ซึ่งจะมีข้อดีในเรื่องความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ แต่ถ้าหากผู้ประกอบการขาดความรู้และประสบการณ์อาจเลือกที่จะหาผู้ร่วมลงทุนที่มีความรู้ หรือมองหาแฟรนไชส์ที่เหมาะสม ซึ่งอาจพิจารณาจากชื่อเสียงของบริษัทและน่าเชื่อถือ มีระบบการดำเนินธุรกิจที่ดีและได้ส่วนแบ่งของผลตอบแทนค่อนข้างดี
การเลือกทำเลที่ตั้งกิจการ เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการดำเนินกิจการ เนื่องจากทำเลที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรับรู้และการเข้าถึงของกลุ่มผู้บริโภค โดยการเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมกับการเปิดสถานความงามดูแลผิว ควรพิจารณาเลือกที่ตั้งใกล้กับบริเวณที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายง่ายแก่การเข้าถึง เช่น ย่านธุรกิจและอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา หรือบริเวณที่มีคนผ่านเยอะในแต่ละวัน
โดยทำเลที่ตั้งที่ดีจะต้องเป็นจุดที่คนสามารถสังเกต หรือมองเห็นได้ง่าย สะดวกในการเดินทางไปใช้บริการ มีที่จอดรถซึ่งมีทางเข้าและที่จอดได้สะดวก ซึ่งหากพิจารณาในช่วงที่ผ่านมา การเลือกทำเลเปิดสถานความงามในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าต่างๆ จะมีผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก เนื่องจาก มีสถานที่จอดรถที่ค่อนข้างสะดวก และเป็นศูนย์รวมของกิจกรรมต่างๆ เช่น Shopping ออกกำลังกาย ทานอาหาร เรียนพิเศษ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้า หากต้องการทำกิจกรรมอื่นๆ ก่อนหรือหลังการใช้บริการเสริมความงาม
การกำหนดกรอบการบริหารจัดการที่ชัดเจน โดยผู้ประกอบการควรมุ่งเน้นในการบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อให้การบริการของตนเป็นที่น่าไว้วางใจและเชื่อถือได้ทางด้านคุณภาพการรักษา ความปลอดภัย และการให้บริการที่น่าพึงพอใจของบุคลากร ดังนี้
- การสร้างความน่าเชื่อถือทางด้านคุณภาพการรักษา โดยในเรื่องของประสิทธิผลในการรักษาและการปรับสภาพผิว นับว่าเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจเลือกใช้บริการของลูกค้า โดยส่วนใหญ่ที่ผ่านมา ลูกค้าจะเลือกใช้บริการกับสถานความงาม/คลินิก จากการได้รับคำแนะนำปากต่อปากจากคนรู้จัก นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางรายเน้นชูจุดเด่นทางด้านบุคลากรในการให้บริการ เพื่อเสริมภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ เช่น ในกรณีของการให้บริการในรูปแบบคลินิกจะเน้นประชาสัมพันธ์การรักษาโดยแพทย์ ส่วนในกรณีของสถานความงาม จะเน้นการให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกอบรมในการบำรุงผิวหน้า และผิวพรรณ
- การสร้างความน่าเชื่อถือทางด้านความปลอดภัย ผู้ประกอบการควรเลือกใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือแพทย์ ที่ใช้ในการรักษาและปรับปรุงสภาพผิว ซึ่งผ่านการขออนุญาตผลิต/นำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่วนยา ที่ใช้และจำหน่ายให้ลูกค้า ต้องเป็นยาที่ขึ้นทะเบียนตำรับยา ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายและมีฉลากยาที่ถูกต้องตามข้อกำหนดของ อย. (ผู้ประกอบการสามารถหารายละเอียดได้โดยตรงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
- การสร้างมาตรฐานการให้บริการของบุคลากรในระดับปฏิบัติการ (ยกเว้นแพทย์) บุคลากรในระดับปฏิบัติการ นับว่าเป็นผู้ให้บริการหลักแก่ลูกค้า โดยบุคลากรที่ทำงานในธุรกิจเสริมความงามจำเป็นต้องมีทักษะเฉพาะ ผู้ประกอบการควรสร้างให้บุคลากรของตนเองมีความรู้ตั้งแต่วิธีการใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง ขั้นตอนในการทำเพื่อให้การบริการเป็นไปในมาตรการและวิธีการเดียวกัน รวมทั้งบุคลากรควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยา และวิตามินที่ใช้ในการบำรุงผิวหน้า ตลอดจนความแตกต่างระหว่างโปรแกรมต่างๆ เพื่อที่จะช่วยแนะนำให้แก่ลูกค้า และสามารถที่จะตอบคำถามลูกค้าได้ในเบื้องต้น ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ หากผู้ประกอบการไม่สามารถที่จะฝึกอบรมพนักงาน และหาบุคลากรที่มีประสบการณ์มาร่วมทำงาน อาจจะคัดสรรบุคลากรที่จบการศึกษาจากโรงเรียนสอนวิชาชีพการให้บริการทางความงาม (เช่น โรงเรียนสอนนวดหน้า สอนทำสปาผิว) ที่มีชื่อเสียงและได้รับมาตรฐานในการสอน
โดยสรุป ธุรกิจสถานความงามดูแลผิวหน้าและผิวพรรณ
นับได้ว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจอีกธุรกิจหนึ่ง เนื่องจากกระแสความต้องการใช้บริการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตการดำรงชีวิตที่ต้องติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกมากขึ้น ทั้งทางด้านการงาน การติดต่อธุรกิจ และพบปะเพื่อนฝูง รวมทั้งกระแสความนิยมศิลปินเกาหลี ที่มีจุดเด่นในด้านความงาม ผิวขาวใส เป็นปัจจัยกระตุ้นให้กลุ่มลูกค้าให้ความสำคัญกับความสวยความงาม และการดูแลผิวพรรณมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน สถาน/คลินิกความงาม สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ลูกค้านิยมที่จะเข้าใช้บริการดูแลและปรับปรุงสภาพผิว กับสถาน/คลินิกความงามเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจสถานความงามจะกำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน แต่หากพิจารณาสภาพการแข่งขันในตลาด พบว่ามีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากธุรกิจสถานความงามเป็นธุรกิจที่สามารถเข้ามาประกอบธุรกิจได้ง่าย การบริหารจัดการและการดำเนินงานมีขึ้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก โดยนอกจากจะมีคู่แข่งภายในธุรกิจเดียวกันแล้ว ยังต้องเผชิญการแข่งขันกับคู่แข่งจากธุรกิจอื่นๆ เช่น คลินิกเวชกรรมรักษาโรคทั่วไป โรงพยาบาล และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า และเครื่องสำอางค์
สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจที่จะเข้ามาสู่ ธุรกิจสถานความงาม ควรที่จะพิจารณาเลือกรูปแบบของการให้บริการ (คลินิกหรือสถานความงาม) ที่เหมาะสมกับความสามารถในการประกอบการ หาผู้ร่วมลงทุนที่เหมาะสมกับรูปแบบกิจการ หาทำเลที่ตั้งที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนี้ ควรมีการกำหนดกรอบการบริหารจัดการของธุรกิจที่ชัดเจน โดยควรที่จะมุ่งเน้นให้ธุรกิจเป็นที่น่าเชื่อถือในสายตาของผู้บริโภค ทั้งทางด้านคุณภาพการรักษา และความปลอดภัย รวมทั้งการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วยการให้บริการที่ได้มาตรฐานของบุคลากร
DOCTOR COSMETICS
สถาบันฝึกอบรมธุรกิจความงาม ที่ปรึกษาธุรกิจเเละนวัตกรรมทางการเเพทย์ แบบครบวงจรในที่เดียว
EMAIL : admin@doctorcosmetics.com
LINE : https://line.me/R/ti/p/%40tcr0114u
Facebook : https://www.facebook.com/DrCosmeticsBlog
CALL US : 089-944-1346 , 081-375-8333
เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น.