ธุรกิจสถานความงามดูแลผิวหน้า และผิวพรรณ

ธุรกิจสถานความงามดูแลผิวหน้า และผิวพรรณ โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ธุรกิจสถานความงามดูแลผิวหน้า และผิวพรรณ

ความสวยความงาม เป็นอีกหนึ่งความต้องการที่ผู้บริโภคในยุคนี้ให้ความสําคัญ กลุ่มผู้ที่มีความปรารถนาให้ผิวหน้าและผิวพรรณของตนเองดูดีมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จากที่เป็นเพียงความสนใจของกลุ่มผู้หญิงวัยกลางคนที่มีกําลังซื้อสูง ปัจจุบันความสนใจได้ขยายไปยังกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา รวมทั้งกลุ่มลูกค้าผู้ชายมากขึ้น ทั้งนี้ การให้ความสําคัญกับความงามบนใบหน้าและผิวพรรณ ได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงวิถีการดําเนินชีวิตของคนยุคใหม่ที่มีการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกมากขึ้น ทั้งการพบปะเพื่อนฝูงและการติดต่อเพื่อ ธุรกิจสถานความงามดูแลผิวหน้า ทําให้คนส่วนใหญ่ต้องการมีหน้าตา และผิวพรรณที่ดูดีเพื่อช่วยสร้างความมั่นใจ และเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้แก่ตนเองมากขึ้น

นอกจากนี้ ปัจจัยที่สําคัญอีกประการหนึ่งคือ กระแสความชื่นชอบศิลปินเกาหลีซึ่งนอกจากจะมีความโดดเด่นทั้งความสามารถในการแสดง การร้องและเต้นแล้ว และยังมีจุดขายในเรื่องของหน้าตาที่สวยงาม และความขาวกระจ่างใสของผิวหน้าและผิวกาย

โดยปัจจัยดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้มีกลุ่มผู้ที่สนใจดูแลผิวพรรณเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ามีความต้องการที่จะมีผิวพรรณที่สวยใสในเวลาอันรวดเร็ว แต่ในขณะที่การใช้เครื่องสําอางค์ และครีมบํารุงผิว เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอและไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที่ทําให้คนนิยมที่จะเข้ามาใช้บริการในสถานความงาม/คลินิกความงามเพื่อดูแลผิวหน้า และผิวพรรณเพิ่มมากขึ้น จนธุรกิจสถานความงามกลายเป็นธุรกิจที่น่าสนใจอีกธุรกิจหนึ่ง โดยทั่วไป การให้บริการดูแลผิวหน้าและผิวพรรณ สามารถแบ่งตามประเภทของการให้บริการลูกค้าได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้

ศูนย์วิจัยกสิกร-เก่า_01

สถานความงามดูแลผิวหน้าและผิวพรรณ ไม่รวมโรงพยาบาล คลินิกเวชกรรมทั่วไป โรงพยาบาล/คลินิกศัลยกรรม และสถาบันลดนํ้าหนัก

สําหรับแนวโน้มของธุรกิจสถานความงานดูแลผิว คาดว่าจะเป็นธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการให้บริการปรับปรุงสภาพผิวหน้า

เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการ “สวยอย่างเร่งด่วน” นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น

ในขณะที่ธุรกิจสถานความงาม มีการปรับปรุงคุณภาพและเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษา และมีการให้บริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วมากขึ้น จนทําให้ผู้บริโภคบางกลุ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป

โดยเริ่มจากการชื่นชอบ ใช้บริการบ่อย กระทั่งบางรายมีการใช้บริการเป็นประจําจนกลายหนึ่งในกิจกรรมยามว่าง อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจสถานความงามดูแลผิวจะมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงขึ้น ทั้งจากคู่แข่งในธุรกิจประเภทเดียวกัน และคู่แข่งในธุรกิจอื่นๆ เช่น คลินิกเวชกรรม โรงพยาบาล และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและเครื่องสําอางค์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ศูนย์วิจัยกสิกร-เก่า_02

การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของธุรกิจสถานความงามดูแลผิวหน้า และผิวพรรณ

หากวิเคราะห์ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ของธุรกิจสถานความงามในเบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางในการดําเนินธุรกิจสําหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ดังนี้

 ศูนย์วิจัยกสิกร-เก่า_03 

ปัจจัยหลักที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาในการเริ่มทำธุรกิจสถานความงาม

ก่อนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะประกอบธุรกิจสถานความงาม ควรพิจารณาปัจจัยที่สําคัญดังต่อไปนี้

การเลือกรูปแบบของการให้บริการ และผู้ร่วมลงทุน/การลงทุน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตของการให้บริการอย่างชัดเจนว่าจะเลือกเปิดบริการในรูปแบบคลินิก หรือสถานความงาม ซึ่งต้องคำนึงถึงความถนัด ประสบการณ์ กลุ่มลุกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขีดความสามารถในการเปิดและดําเนินกิจการ เนื่องจากกิจการทั้งสองรูปแบบมีขั้นตอนในการขออนุญาตเปิดกิจการต่างกัน ดังนี้

 

– คลินิก นับว่าเป็นสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ซึ่งในการจัดตั้งคลินิกจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล (สามารถยื่นได้ทั้งในนามของบุคคลและนิติบุคคล) และใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล2 โดยในการอนุญาตดำเนินการมีข้อจำกัดให้ผู้ที่สามารถดำเนินการได้จะต้องเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลปะ และระหว่างการดำเนินงานจำเป็นต้องมีแพทย์ประจําภายในคลินิกอย่างน้อย 1 คน ดังนั้น การเปิดกิจการประเภทคลินิกได้ก็ต่อเมื่อ ผู้ประกอบการต้องเป็นแพทย์ หรือมีหุ้นส่วนเป็นแพทย์ หรือต้องจ้างแพทย์ประจําคลินิกและให้แพทย์ที่เป็นลูกจ้างยื่นของอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ส่วนขั้นตอนทางด้านภาษีจะชำระได้ทั้งในนามบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ได้ ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับชื่อ และประเภทธุรกิจของผู้ที่ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการดังที่กล่าวในตอนต้น

– สถานความงาม ในการจัดตั้งธุรกิจมีขั้นตอนเหมือนกับการจัดตั้งธุรกิจทั่วไป กล่าวคือ ผู้ประกอบการต้องยื่นขออนุญาตประกอบกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยื่นเรื่องทางด้านภาษี โดยในการเปิดสถานความงาม หากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นผู้ที่มีความรู้ และประสบการณ์ทางด้านธุรกิจเสริมความงาม ก็สามารถทําธุรกิจได้เอง ซึ่งจะมีข้อดีในเรื่องความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ แต่ถ้าหากผู้ประกอบการขาดความรู้และประสบการณ์อาจเลือกที่จะหาผู้ร่วมลงทุนที่มีความรู้ หรือมองหาแฟรนไซส์ที่เหมาะสม ซึ่งอาจพิจารณาจากชื่อเสียงของบริษัทและน่าเชื่อถือ มีระบบการดําเนินธุรกิจที่ดีและได้ส่วนแบ่งของผลตอบแทนค่อนข้างดี

 

การเลือกทําเลที่ตั้งกิจการ เป็นสิ่งที่สําคัญมากสําคัญการดําเนินกิจการ เนื่องจากทําเลที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรับรู้และการเข้าถึงของกลุ่มผู้บริโภค โดยการเลือกทําเลที่ตั้งที่เหมาะสมกับการเปิดสถานความงามดูแลผิว ควรพิจารณาเลือกที่ตั้งใกล้กับบริเวณที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายง่ายแก่การเข้าถึง เช่น ย่านธุรกิจและอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา หรือบริเวณที่มีคนผ่านเยอะในแต่ละวัน

โดยทําเลที่ตั้งที่ดีจะต้องเป็นจุดที่คนสามารถสังเกต หรือมองเห็นได้ง่าย สะดวกในการเดินทางไปใช้บริการ มีที่จอดรถซึ่งมีทางเข้าและที่จอดได้สะดวก ซึ่งหากพิจารณาในช่วงที่ผ่านมา การเลือกทําเลเปิดสถานความงามในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าต่างๆ จะมีผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก เนื่องจาก มีสถานที่จอดรถที่ค่อนข้างสะดวก และเป็นศูนย์รวมของกิจกรรมต่างๆ เช่น การช้อปปิ้ง ออกกําลังกาย ทานอาหาร เรียนพิเศษ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้า หากต้องการทํากิจกรรมอื่นๆ ก่อนหรือหลังการใช้บริการเสริมความงาม

การกำหนดกรอบการบริหารจัดการที่ชัดเจน โดยผู้ประกอบการควรมุ่งเน้นในการบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อให้การบริการของตนเป็นที่น่าไว้วางใจและเชื่อถือได้ทางด้านคุณภาพการรักษา ความปลอดภัย และการให้บริการที่น่าพึงพอใจของบุคลากร ดังนี้

 

– การสร้างความน่าเชื่อถือทางด้านคุณภาพการรักษา โดยในเรื่องของประสิทธิผลในการรักษาและการปรับสภาพผิว นับว่าเป็นหัวใจสําคัญในการตัดสินใจเลือกใช้บริการของลูกค้า โดยส่วนใหญ่ที่ผ่านมา ลูกค้าจะเลือกใช้บริการกับสถานความงาม/คลินิก จากการได้รับคำแนะนำปากต่อปากจากคนรู้จัก นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางรายเน้นชูจุดเด่นทางด้านบุคลากรในการให้บริการ เพื่อเสริมภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ เช่น ในกรณีของการให้บริการในรูปแบบคลินิกจะเน้นประชาสัมพันธ์การรักษาโดยแพทย์ ส่วนในกรณีของสถานความงาม จะเน้นการให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกอบรมในการบํารุงผิวหน้า และผิวพรรณ

– การสร้างความน่าเชื่อถือทางด้านความปลอดภัย ผู้ประกอบการควรเลือกใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือแพทย์ ที่ใช้ในการรักษาและปรับปรุงสภาพผิว ซึ่งผ่านการขออนุญาตผลิต/นำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่วนยา ที่ใช้และจำหน่ายให้ลูกค้า ต้องเป็นยาที่ขึ้นทะเบียนตำรับยา ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายและมีฉลากยาที่ถูกต้องตามข้อกำหนดของ อย. (ผู้ประกอบการสามารถหารายละเอียดได้โดยตรงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)

– การสร้างมาตรฐานการให้บริการของบุคลากรในระดับปฏิบัติการ (ยกเว้นแพทย์) บุคลากรในระดับปฏิบัติการ นับว่าเป็นผู้ให้บริการหลักแก่ลูกค้า โดยบุคลากรที่ทำงานในธุรกิจเสริมความงามจำเป็นต้องมีทักษะเฉพาะ ผู้ประกอบการควรสร้างให้บุคลากรของตนเองมีความรู้ตั้งแต่วิธีการใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง ขั้นตอนในการทําเพื่อให้การบริการเป็นไปในมาตรการและวิธีการเดียวกัน รวมทั้งบุคลากรควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยา และวิตามินที่ใช้ในการบํารุงผิวหน้า ตลอดจนความแตกต่างระหว่างโปรแกรมต่างๆ เพื่อที่จะช่วยแนะนำให้แก่ลูกค้า และสามารถที่จะตอบคำถามลูกค้าได้ในเบื้องต้น ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ หากผู้ประกอบการไม่สามารถที่จะฝึกอบรมพนักงาน และหาบุคลากรที่มีประสบการณ์มาร่วมทำงาน อาจจะคัดสรรบุคลากรที่จบการศึกษาจากโรงเรียนสอนวิชาชีพการให้บริการทางความงาม (เช่น โรงเรียนสอนนวดหน้า สอนทำสปาผิว) ที่มีชื่อเสียงและได้รับมาตรฐานในการสอน

 

โดยสรุป ธุรกิจสถานความงามดูแลผิวหน้าและผิวพรรณ นับได้ว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจอีกธุรกิจหนึ่ง เนื่องจากกระแสความต้องการใช้บริการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตการดำรงชีวิตที่ต้องติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกมากขึ้น ทั้งทางด้านการงาน การติดต่อธุรกิจ และพบปะเพื่อนฝูง รวมทั้งกระแสความนิยมศิลปินเกาหลี ที่มีจุดเด่นในด้านความงาม ผิวขาวใส เป็นปัจจัยกระตุ้นให้กลุ่มลูกค้าให้ความสําคัญกับความสวยความงาม และการดูแลผิวพรรณมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน สถาน/คลินิกความงาม สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทําให้ลูกค้านิยมที่จะเข้าใช้บริการดูแลและปรับปรุงสภาพผิว กับสถาน/คลินิกความงามเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจสถานความงามจะกําลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน แต่หากพิจารณาสภาพการแข่งขันในตลาด พบว่ามีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากธุรกิจสถานความงามเป็นธุรกิจที่สามารถเข้ามาประกอบธุรกิจได้ง่าย การบริหารจัดการและการดำเนินงานมีขึ้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก โดยนอกจากจะมีคู่แข่งภายในธุรกิจเดียวกันแล้ว ยังต้องเผชิญการแข่งขันกับคู่แข่งจากธุรกิจอื่นๆ เช่น คลินิกเวชกรรมรักษาโรคทั่วไป โรงพยาบาล และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า และเครื่องสําอางค์

 

สําหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจสถานความงาม ควรที่จะพิจารณาเลือกรูปแบบของการให้บริการ (คลินิกหรือสถานความงาม) ที่เหมาะสมกับความสามารถในการประกอบการ หาผู้ร่วมลงทุนที่เหมาะสมกับรูปแบบกิจการ หาทําเลที่ตั้งที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนี้ ควรมีการกำหนดกรอบการบริหารจัดการของธุรกิจที่ชัดเจน โดยควรที่จะมุ่งเน้นให้ธุรกิจเป็นที่น่าเชื่อถือในสายตาของผู้บริโภค ทั้งทางด้านคุณภาพการรักษา และความปลอดภัย รวมทั้งการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วยการให้บริการที่ได้มาตรฐานของบุคลากร

 

 บทความจาก : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย