โอกาสทาง ธุรกิจของคลินิกเสริมความงาม โดย ศูนย์วิจัยกสิกร

โอกาสทาง ธุรกิจของคลินิกเสริมความงาม โดย ศูนย์วิจัยกสิกร


โอกาสทาง ธุรกิจของคลินิกเสริมความงาม โดย ศูนย์วิจัยกสิกร

ธุรกิจคลินิกเสริมความงาม เป็นธุรกิจที่เติบโตมาจากความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะมี รูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ หรือบุคลิกภาพที่ดูดี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองมากขึ้น ปัจจุบันธุรกิจนี้กำลังเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งที่สร้างผลกำไรให้แก่ผู้ประกอบการอยู่ไม่น้อย สะท้อนจากเม็ดเงินหมุนเวียนในธุรกิจนี้ ที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาทต่อปี

จากจำนวนคนที่เข้ามาใช้บริการมากขึ้น ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัย มีตั้งแต่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงกลุ่มวัยทำงาน ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มผู้สูงวัย ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายราย มองเห็นโอกาสและต้องการที่จะเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างจะ ดุเดือด เพื่อต้องการแย่งชิงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการมากที่สุด

 

สิ่งหนึ่งที่พอจะสังเกตได้จากความเคลื่อนไหวในตลาด ก็คือ

การขยายตัวของธุรกิจนี้ ไม่จำกัดอยู่แค่ในเขตตัวเมืองอย่างกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้คนใน สังคมเมืองที่มีกำลังซื้อสูงเท่านั้น แต่ในปัจจุบันเริ่มกระจายตัวออกไป เปิดตามห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือแม้แต่การเปิดตัวใหม่ของคลินิกเสริมความงามในรูปแบบ Stand-Alone (ตั้งอยู่เดี่ยวๆ มีอาคารเป็นของตัวเอง)

ซึ่งเป็นผลมาจากดีมานด์ในตลาด บริการที่หลากหลาย และพฤติกรรม ผู้บริโภคที่ให้การตอบรับและสนใจที่จะเข้ามาใช้บริการกับคลินิกเสริมความงามมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ประเด็นทางธุรกิจ

 

หากวิเคราะห์ถึงความเคลื่อนไหวในแวดวงธุรกิจคลินิกเสริมความงาม มีประเด็นที่น่าจับตาสำหรับ ผู้ประกอบการอยู่ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการรับมือกับคู่แข่งในธุรกิจ โดยมีรายละเอียดดังนี้

การตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย:

ปัจจุบันคลินิกเสริมความงามมีรูปแบบ การให้บริการที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีความหลากหลายของระดับราคา ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือใคร ทั้งนี้ หากเป็นกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง

ตัวอย่างลูกค้าในกลุ่มนี้ ได้แก่ กลุ่มดารา/นางแบบ Celebrity ผู้มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม รวมไปถึงกลุ่มเจ้าของกิจการ ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ คือ มาตรฐานการให้บริการที่เป็นมืออาชีพโดยแพทย์เฉพาะทาง เน้นความเป็นส่วนตัวและ

คาดหวังกับการให้บริการในระดับสูง และที่สำคัญคือ ราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจใช้บริการของลูกค้ากลุ่มนี้ ในขณะที่กลุ่มลูกค้าระดับกลาง ถึงล่าง หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นลูกค้าระดับแมส กลุ่มนี้เป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของคลินิกเสริมความงาม

 

(คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของลูกค้าทั้งหมดที่ใช้บริการ) ตัวอย่างลูกค้าในกลุ่มนี้ ได้แก่ นักเรียน นักศึกษาและวัยทำงาน เป็นต้น ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มนี้คือ ชื่นชอบการรักษา/ให้บริการที่เห็นผลรวดเร็ว ภายใต้ระดับราคาที่สมเหตุสมผล เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก และราคามีส่วนต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการมาก พอๆ กับผลของการรักษาหรือบริการ อีกทั้งยังมีความถี่ในการเข้ารับบริการค่อนข้างสูง

เนื่องจากเป็นสิ่งที่ต้องทำ อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า ด้วยความต้องการที่หลากหลายแตกต่างกันไป เป็นโจทย์ที่ค่อนข้างยากสำหรับ ผู้ประกอบการที่จะวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของกลุ่มลูกค้าทุก Segment

เพราะแต่ละบริการมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการลงทุนค่อนข้างสูง ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าต้องการเจาะลูกค้าประเภทไหน เพื่อที่จะได้วางแผนและดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้งบประมาณที่วางไว้

 

การรับมือกับคู่แข่งในธุรกิจ:

มองย้อนไปในระยะ 4-5 ปี ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จะพบเห็นการเปิดตัว หรือขยายสาขาของคลินิกเสริมความงามเป็นจำนวนมาก และค่อนข้างที่จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคพอสมควร ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการระดับบน ที่มีจุดขายอยู่ที่การใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ ทันสมัยหรือผู้ประกอบการระดับแมส ที่เน้นไปที่ความเชี่ยวชาญชำนาญการของแพทย์เฉพาะทางหรือ บุคลากรที่ให้บริการ  มาเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพของการให้บริการ

หากจะสังเกตให้ดี จะเห็นว่าในระยะหลัง การแข่งขันที่เกิดขึ้น ในตลาดส่วนใหญ่จะอยู่ที่การช่วงชิงลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาใช้บริการให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้โปรโมชั่นด้านราคา ทั้งการลด แถม หรือเหมาจ่ายในราคาที่ดูคุ้มค่ามากขึ้น เรียกได้ว่าโดดเด่นไม่แพ้การพัฒนา ในส่วนของนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเลยทีเดียว

 

ซึ่งการแข่งขันในส่วนนี้จะเข้มข้นมากในตลาดระดับแมส (ขณะที่ ในตลาดระดับบนผู้ประกอบการจะชูจุดขายด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นสำคัญ) ซึ่งสร้างความกดดันไม่น้อยแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาด เนื่องจากฐานลูกค้ายังไม่มาก อีกทั้งความเชื่อมั่นที่มีต่อคลินิกและบุคลากร ยังน้อย

ดังนั้น จึงต้องอาศัยงบการตลาดและการประชาสัมพันธ์ค่อนข้างสูง รวมไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงามแบบดั้งเดิมที่ไม่มีการปรับโฉมธุรกิจและกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสื่อสารไปสู่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ มากเท่าที่ควร ทำให้ฐานลูกค้าไม่เติบโตและมีแนวโน้มลดลง

 

รูปแบบของธุรกิจคลินิกเสริมความงาม-003

 

มองไปข้างหน้า จะพบว่า ธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตได้จากทัศนคติของผู้คนที่ให้ความสำคัญกับ ความสวยความงาม และมีความเต็มใจที่จะจ่ายสูง เพื่อให้ตัวเองดูดีในสังคม ด้วยค่าบริการเริ่มต้นเฉลี่ยไม่สูงมาก (เริ่มต้นที่หลักร้อย) เป็นจุดจูงใจให้ลูกค้ารายใหม่ๆ เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น-วัยทำงาน ที่มีความถี่ที่จะเข้ามาใช้บริการค่อนข้างสูง ซึ่งแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจส่งผลกระทบบ้างต่อกำลังซื้อ ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างกลุ่มตลาดแมส แต่สำหรับตลาดระดับบน จะพบว่าไม่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจใช้บริการ เพราะราคาไม่ใช่ประเด็นหลักแต่เน้นไปที่ความพึงพอใจที่จะได้รับจากการบริการมากกว่า

 

นอกจากนี้ การขยายตัวของความเป็นเมือง ยังส่งผลให้ธุรกิจคลินิกเสริมความงามมีโอกาสขยายไปสู่ตลาดต่างจังหวัด เพิ่มมากขึ้น รับดีมานด์ในตลาดภูมิภาค แต่ก็ต้องเตรียมรับมือกับอุปสรรคบางประการด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่หายากและมักจะมีค่าตัวสูง อีกทั้งมีแนวโน้ม ถูกดึงตัวจากคู่แข่ง โดยเฉพาะพนักงานบริการที่มีทักษะความชำนาญและประสบการณ์การทำงานสูง รวมไปถึง การลงทุนในเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง

ดังนั้น หากลูกค้ามาใช้บริการน้อย และไม่สม่ำเสมอ ความคุ้มค่าด้านการลงทุนก็จะต่ำและขาดทุนในที่สุด (โดยเฉพาะการสั่งซื้อเครื่องมือ/สินค้าความงาม) นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้คนในปัจจุบันเริ่มหันมาหาความรู้และข้อมูลด้านความงามด้วยตัวเอง และเลือกซื้อเวชสำอาง มาใช้เองมากขึ้น ทำให้โอกาสในการเข้าไปใช้บริการคลนิกเสริมความงามมีแนวโน้มลดลง (ในกรณีที่ลูกค้ารายนั้น ไม่ได้มีปัญหาด้านผิวพรรณมากนัก)

 

ธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดข้างต้น สะท้อนให้เห็นทั้งโอกาสและความท้าทาย อย่างไรก็ดีหากผู้ประกอบการในธุรกิจ สามารถตีโจทย์ให้ออกว่า ผู้บริโภคที่เป็นแรงขับเคลื่อนในตลาดต้องการอะไร และวิธีการไหนตอบสนองได้อย่าง ตรงจุด แน่นอนว่าย่อมส่งผลดีต่อการดำเนินงานและผลประกอบการที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจในระยะยาว

 

บริหารธุรกิจคลินิกเสริมความงาม

 

แม้ธุรกิจคลินิกเสริมความงามจะเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่ค่อนข้างจะมีอนาคต แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีผู้ประกอบการไม่น้อยที่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรจากธุรกิจนี้ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ ผู้ประกอบการควรปรับรูปแบบการวางแผนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพลวัตที่เกิดขึ้นในตลาด เพราะสิ่งนี้น่าจะเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของธุรกิจ ซึ่งมีแนวทางดังต่อไปนี้

 

มีการกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนธุรกิจ:

แนวทางสำหรับ ผู้ประกอบการที่จะต้องพิจารณาในการเข้าสู่ตลาด ได้แก่…

 

1) งบประมาณในการลงทุน เพื่อกำหนดรูปแบบของการทำธุรกิจและมีส่วนตัดสินใจในการ คัดเลือกทำเลที่ตั้ง ทีมแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ นวัตกรรม รวมไปถึงกลยุทธ์ทางการตลาดและ Know How ของคลินิกเสริมความงาม

สิ่งที่ต้องพิจารณา

2) กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ว่าจะเน้นให้บริการอะไรกับกลุ่มไหน เพราะส่วนนี้มีผลโดยรวมต่อการวางแผน  ดำเนินธุรกิจในภาพรวม โดยเฉพาะในการจัดซื้อจัดหานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาให้บริการ เพราะ  ผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาขาดทุนส่วนใหญ่ ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในส่วนของการซื้อเทคโนโลยี และอุปกรณ์ราคาแพง โดยหวังว่าจะใช้เป็นจุดขาย แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถบริหารร้านให้ คนมาใช้บริการได้ตามที่คาดการณ์ไว้ และที่สำคัญคือ คู่แข่งในตลาดก็มีเช่นเดียวกัน ดังนั้น ผู้ประกอบ การจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบในประเด็นนี้

แนวทางการวางแผน

3) คู่แข่งในตลาด การพิจารณาคู่แข่ง ทั้งใน Segment เดียวกันเอง และสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มี วางจำหน่ายในตลาดความงาม ซึ่งเป็นคู่แข่งทางอ้อม ก็จะทำให้ทราบถึงจุดแข็งจุดอ่อน และสามารถ นำมาพัฒนาให้เกิดความแตกต่างและน่าสนใจให้แก่ธุรกิจของตนเอง

 

ปรับปรุงแนวทางการบริหารกิจการให้คนเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง:

สิ่งสำคัญสำหรับการตลาด ในปัจจุบันคือ การสร้างการจดจำและสร้างความโดดเด่นในรูปแบบการรักษาหรือการให้บริการ ดังนั้น การปรับ กลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้กิจการสามารถดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการในทั้งแง่ ของจำนวนผู้ใช้บริการและความถี่ในการเข้ารับบริการ

 

ตัวอย่างการตลากที่น่าสนใจ

 

ความเชี่ยวชาญของบุคลากรและการให้บริการของพนักงาน:

สิ่งที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ต้องการจะได้รับจาก คลินิกเสริมความงามในปัจจุบันก็คือ การให้บริการแล้วเห็นผลลัพธ์รวดเร็ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่นวัยทำงาน  ที่ต้องการสวยด่วนสวยเร็ว) ผลการรักษาต้องเป็นที่พึงพอใจ มีความรู้สึกปลอดภัย และได้รับความสะดวกในการมาใช้บริการ

ดังนั้น การมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยเฉพาะ ที่จะคอยให้การรักษาและแนะนำทางเลือก ที่เหมาะสมแก่ลูกค้า ถือเป็นตัวชูโรงที่สำคัญยิ่ง เพราะปัจจุบันลูกค้ามีการศึกษาหาข้อมูลบ้างพอสมควรก่อนเข้ามา รับการบริการ  ด้วยเหตุนี้ ในพักหลังจะเริ่มเห็นการทำการตลาดผ่านทีมแพทย์มากขึ้น ซึ่งนับเป็นคีย์แมนสำคัญ ที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นต่อบริการของคลินิก โดยแพทย์ที่มีบุคลิกภาพที่ดี มีความทันสมัย เข้าใจและมีประสบการณ์เกี่ยวกับนวัตกรรมหรือรูปแบบการรักษาใหม่ๆ

พบว่ามีส่วนสำคัญมากต่อการตัดสินใจของลูกค้าเพื่อรับบริการ นอกเหนือจากเครื่องมือและเทคโนโลยีการรักษาที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากในระดับสากล รวมไปถึงบริการที่ประทับใจและแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของพนักงานที่ให้บริการภายในร้าน

 

 การใช้สื่อประชาสัมพันธ์ให้เกิดประโยชน์ในแง่ของการโฆษณา:

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การสื่อสารไปสู่ผู้บริโภคเป็นปราการด่านแรกที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักและรับรู้ถึงรูปแบบการให้บริการของคลินิก ดังนั้น สื่อประชาสัมพันธ์ จึงมีอิทธิพลสูงต่อการรับรู้ที่เกิดขึ้นในสังคม

 

สร้างการรับรู้

 

จุดเด่นทีมแพทย์และการบริการ

 

 โอกาสการลงทุนในต่างประเทศ ในกรณีของผู้ประกอบการที่มีความพร้อมด้านบุคลากรและเงินทุน:

โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่าง CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาและเวียดนาม) เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจ รายได้และกำลังซื้อกำลังเติบโต และผู้คนหันมาใส่ใจกับบุคลิกภาพและความสวยงามมากขึ้น โดยรูปแบบการลงทุนที่ได้รับความนิยมและประสบผลสำเร็จสูงในขณะนี้ จะอยู่ในรูปแบบของแฟรนไชส์ของแบรนด์คลินิกเสริมความงามที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอาจจะเริ่มต้นจาก การขยายสาขาเพื่อให้บริการในหัวเมืองสำคัญๆ ก่อนเป็นสาขาแรก เมื่อประสบผลสำเร็จถึงจะขยายสาขาต่อไป

โดยในระยะแรก อาจจะต้องให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อที่หลากหลายพอสมควรเพื่อสร้าง การรับรู้ทั้งสื่อโฆษณา (ป้ายโฆษณา แบนเนอร์นิตยสาร) รวมไปถึงสื่อออนไลน์ ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการประชาสัมพันธ์ควรนำเสนอทั้งในส่วนของรายละเอียดการให้บริการ เครื่องมือ/เทคโนโลยีที่ใช้ โปรโมชั่น หรือตัวอย่างของความสำเร็จที่ได้รับจากคลินิก เพื่อการันตีถึงคุณภาพของการให้บริการ และหากมีพรีเซนเตอร์ ที่เป็นที่รู้จักหรือมีชื่อเสียง ก็มีส่วนอย่างมากที่จะจูงใจให้คนไวว้างใจและกล้าตัดสินใจเข้ามาใช้บริการมากขึ้น (อนึ่งในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ควรใช้เป็นภาษาท้องถิ่นเป็นหลัก เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย)

ซึ่งการขยายโอกาสในต่างประเทศ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายฐานลูกค้าได้ แต่ก็ควรศึกษากฎระเบียบต่างๆ ให้ถี่ถ้วนด้วย

 

สรุปเรื่องความสวยความงาม